T h a i D i e t I n f o . c o m
โรคที่มากับความอ้วน
คุณอ้วนแล้วหรือยัง?
ทำไมถึงอ้วน?
แคลอรี
การลดน้ำหนัก + ฮอร์โมน
ดัชนีน้ำตาล
ลดความอ้วนแบบผิดๆ
วิธีลดความอ้วน ควบคุมและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค- ทานอาหารธรรมชาติ- ทานผักและผลไม้- ดูฉลากโภชนาการ- ลด ชา กาแฟ น้ำอัดลม- ลดอาหารฟาสต์ฟู๊ด- ลดอาหารบุฟเฟต์ ของทอด และกะทิ ออกกำลังกาย
ข้อมูลน่าสนใจอื่นๆ
ลิงค์น่าสนใจ
 
 
 
สูตรอาหารไทย | อาหารไทย

 

 

 

 
 

 

วิธีลดความอ้วน : เลือกทานอาหาร

โดยดูจากฉลากโภชนาการ

 

ประเทศไทยมีกฏหมายบังคับให้แสดงฉลากข้อมูลโภชนาการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 หลายท่านอาจจะไม่เคย ให้ความสำคัญกับฉลากโภชนาการนัก แต่ถ้าคุณต้องการลดหรือควบคุมน้ำหนักแล้ว คุณอาจจะต้องเริ่ม ใส่ใจให้ความสำคัญกับข้อมูลโภชนาการนี้ เพื่อที่จะได้รู้ว่าสิ่งที่กำลังจะรับประทานเข้าไปนั้น ควรหรือไม่ควร รับประทาน หรือควรทานมากหรือทานน้อยเท่าใด จึงจะเหมาะสม ฉลากโภชนาการที่ติดอยู่ข้างผลิตภัณฑ์ ทั่วไปมีรูปแบบเหมือนกัน โดยแบ่งข้อมูลออกเป็นส่วนสำคัญหลักๆ ได้แก่

 

1. หน่วยบริโภค : หน่วยบริโภคจะบอกข้อมูลว่า การบริโภคหนึ่งครั้งมีปริมาณเท่าไหร่ บางกรณีหนึ่งหน่วย บริโภคจะเท่ากับหนึ่งกล่อง / ซอง / ถุง ของผลิตภัณฑ์นั้นๆ อันนี้ก็จะทำให้การดูข้อมูลส่วนอื่นเข้าใจง่ายขึ้น แต่ในหลายๆ กรณี ปริมาณบรรจุต่อ กล่อง / ซอง / ถุง นั้นมีจำนวนมาก หน่วยบริโภคสำหรับทั้งบรรจุภัณฑ์ นั้นจะมากกว่าหนึ่ง เช่น ถั่วทอดหนึ่งกระป๋อง มีน้ำหนักสุทธิ 230 กรัม ในข้อมูลหน่วยบริโภคแสดงว่า หนึ่งหน่วยบริโภค เท่ากับ 30 กรัม เพราะฉะนั้น หน่วยบริโภคสำหรับถั่วหนึ่งกระป๋องนี้จะมีประมาณ 8 หน่วย ข้อมูลหน่วยบริโภคนี้สำคัญมาก เพราะข้อมูลแคลอรีและสารอาหารในส่วนอื่นๆของฉลากโภชนาการ จะอ้างอิงต่อหนึ่งหน่วยบริโภคเท่านั้น ถ้าตามตัวอย่าง ถั่วหนึ่งกระป๋องมี 8 หน่วยบริโภค ถ้าคุณบริโภค ครั้งเดียวหมด คุณก็จะได้แคลอรีและสารอาหารเป็นจำนวน 8 เท่าตามข้อมูลในฉลากโภชนาการ

2. จำนวนแคลอรี : ส่วนนี้จะแสดงข้อมูลจำนวนแคลอรี ที่จะได้จากการรับประทานอาหารเข้าไป หนึ่งหน่วยบริโภค ตัวอย่างเช่น ถ้าหนึ่งหน่วยบริโภคจะได้ 160 กิโลแคลอรี ถ้าบริโภคหมดกระป๋อง ทีเดียวก็จะได้แคลอรีไปเท่ากับ หน่วยบริโภค x จำนวนแคลอรี = 8 หน่วย x 160 กิโลแคลอรี = 1280 กิโลแคลอรี

 

3. สารอาหาร : แสดงข้อมูลสารอาหาร (ไขมัน, โปรตีน, คาร์โบไฮเดรต/น้ำตาล และโซเดียม)

- ไขมัน : อย่างที่ทราบกันแล้วว่า ไขมัน 1 กรัม ให้ปริมาณถึง 9 กิโลแคลอรี เพราะฉะนั้น เราจึงควรเลือกอาหารที่มีไขมันต่ำ ถ้าอาหารประเภทอบ หรือย่าง จะมีปริมาณไขมันน้อยกว่าอาหารประเภททอด นอกจากปริมาณไขมันที่ระบุ แล้ว ยังมีข้อมูลไขมันทรานส์ (Trans Fat) แสดงอีกด้วย ไขมันทรานส์เป็น ไขมันไม่ดี และเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เพราะฉะนั้น ถ้าเลือกได้ ควรทาน อาหารที่มีค่าของไขมันทรานส์ เท่ากับ "0" เช่นเดียวกันกับข้อมูลคอเลสตอรอล ที่ควรจะต่ำหรือเท่ากับ "0" เช่นกัน

- คาร์โบไฮเดรต/น้ำตาล : น้ำตาลถือเป็นคาร์โบไฮเดรตชนิดหนึ่ง ปริมาณ คาร์โบไฮเดรตควรจะบริโภคแต่น้อย เพราะมีผลโดยตรงต่อการเพิ่มขึ้น ของน้ำหนักตัวเช่นกัน โซเดียม : ควรบริโภคเกลือโซเดียมแต่น้อย เพราะจะส่งผลให้ไตทำงานหนัก นอกจากนั้นการบริโภคเค็มมาก จะส่งผลให้บวมน้ำเพราะเกลือจะดึงน้ำมาเก็บ ไว้กับตัว และการบริโภคเค็มยังส่งผลโดยตรงต่อโรคความดันโลหิตสูงอีกด้วย

- วิตามิน, แร่ธาตุต่าง และเส้นใยอาหาร : เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ข้อมูลส่วนนี้ ถ้ายิ่งสูงยิ่งดี แต่มักจะมีน้อยในอาหารสำเร็จรูป หรือขนมขบเคี้ยว ต่างๆ

4. ข้อมูลปริมาณแคลอรีและสารอาหารที่แนะนำต่อวัน จากข้อมูลของ THAI RDI (Thai Recommended Daily Intakes) โดยพลังงานแคลอรีที่แนะนำคือ 2,000 กิโลแคลอรีต่อวัน สำหรับคนไทยที่มีอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป